ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Review ❥ ลิปบาล์มไอรา แบบไหน เหมาะกับใคร? [Ira Lip Balm]


     สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มาเจอกับพิกุลอีกแล้ววว วันนี้พิกุลจะมาทำบล็อกสั้นๆ เพื่อตอบคำถามเพื่อนๆ ที่ถามเข้ามากันทางทวิตเตอร์ค่ะ คือว่าพิกุลเป็นแฟนคลับลิปบาล์มไอราตัวยงเลยแหละ มีทั้งที่เป็นตลับและแบบแท่งเลย ซึ่งแบบแท่งของไอราเขาเพิ่งออกสินค้ามาใหม่นะจ๊ะ หลายคนก็สงสัยกัน สอบถามเข้ามากันมากมายว่า…
“หนูควรใช้แบบไหนดีคะพี่ อันไหนดีกว่ากัน พี่รีวิวให้ฟังหน่อยได้ไหม ?”
     ได้ค่าาาาาา เดี๋ยวพี่จะเขียนสรุปให้ฟังนะคะ : )
     จะแอบบอกว่าเราเพิ่งสั่งมาใหม่อีกสองตลับแหละ เป็นกลิ่นเมล่อนกับกลิ่นลิ้นจี่ ยิ่งช่วงนี้อากาศเย็นยิ่งต้องรีบสั่งเลย และร้านที่เราสั่งมาก็น่ารักมากกก คือมีสะสมแต้มด้วยจ้า ซื้อครบ 5 ตลับได้อะไร ครบ 10 ตลับได้อะไร น่ารักสุดๆ เลย 

     ..ขอแปะรูปของใหม่แทรกนิดนุงนะ เห่อง่ะะะะ อยากอวด55555..
      กลับมาเข้าเรื่องของเรากันบ้างเนอะ..

     เรื่องการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลิปบาล์มไอราแบบตลับและแบบแท่ง ภายนอกจะเป็นแบบในรูปด้านล่างนี้เลย 
     แบบตลับปริมาณสุทธิ 10 กรัม ราคาตลับละ 120 บาทส่วนแบบแท่งตอนนี้จะมีเฉพาะกลิ่นพีช ปริมาณสุทธิอยู่ที่ 7 กรัม ราคาแท่งละ 198 บาท (รวมค่าจัดส่ง) นะคะ
     มาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบกันก่อนดีกว่า อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของพิกุลล้วนๆ เลยนะคะ สำหรับคนอื่นอาจจะมีถูกใจและไม่ถูกใจแตกต่างกันไป ใช้วิจารณญาณในการอ่านและการตัดสินใจกันเน้อทุกคนนน…

     เริ่มที่แบบตลับกันก่อนเนอะ 

     มาถึงวันนี้พิกุลมีลิปบาล์มไอราทั้งหมด 5 กลิ่นเลย ชอบใช้จริงจังมากกกก กลิ่นที่พิกุลมี คือ กลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง กลิ่นนมฮอกไกโด กลิ่นสตรอเบอรี่ กลิ่นเมล่อนและกลิ่นลิ้นจี่ ส่วนตัวใช้กลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงบ่อยที่สุดเลยค่ะ หอมมมม ทาแล้วหิวข้าวเหนียวมะม่วงดี555 ข้อดีข้อเสียพิกุลสรุปมาแล้ววว ตามรูปด้านล่างนี้เลยนะะะ…
     ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสียเนอะ อันนี้เขียนรีวิวแบบตรงไปตรงมา ตามที่รู้สึกเลย ในส่วนของแบบแท่งพิกุลรู้สึกว่ามันแห้งกว่าแบบตลับนะ อาจจะเป็นเพราะเราชินการทาแบบตลับด้วยมั้ง เราเลยรู้สึกว่ามันแห้งมากกว่า ถ้าคนที่ชอบทาลิปมันแบบไม่มัน ปากไม่วาว ไม่เหนียว บอกเลยว่าเหมาะกับแบบแท่งมากกว่าแบบตลับนะจ๊ะ เพราะแบบตลับนี่จะมันกว่าแบบแท่งเยอะอยู่เหมือนกันนะ (แต่เราชอบฉ่ำๆ ใช้จนชินไปแล้ว)

     ส่วนอีกเรื่องจะเป็นเรื่องการใช้งานลิปแท่ง เพราะว่าลิปแบบแท่งของ Ira นี้เขาเป็นบรรจุภัณฑ์แบบ Push Up Lip Balm ทั้งแท่งเป็นกระดาษทั้งหมด เวลาเราใช้จะต้องค่อยๆ ดันกระดาษด้านท้ายของแท่งขึ้นเบาๆ เพื่อให้เนื้อลิปดันออกมาจากตัวแท่ง แล้วเราถึงจะใช้เนื้อลิปด้านบนทาลงบนริมฝีปาก การดันเนื้อลิปนี้เองที่ต้องระมัดระวังมากๆ ทุกคน เพราะถ้าดันออกมาเยอะเกินความจำเป็น มันจิดันกลับในแท่งไม่ได้เด้ออออ

     อันนี้เรื่องวิธีการใช้งานคืออยากเตือนทุกคนจริงๆ นะ ส่วนตัวเราใช้ไม่มีปัญหาเลย แค่ดันกระดาษออกมานิดเดียว ก็ทาได้แล้วสบายมาก ส่วนข้อดีนี่มีมากมายแบบในรูปนี้เลยค่ะ 

     พิกุลเองชอบใช้ลิปบาล์มทั้งสองแบบเลยค่ะ ลิปบาล์มแบบแท่งนี่ชอบเรื่องกลิ่นพีชช ทาแล้วชุ่มชื้นดีมากกก ยอมใจเขาจริงๆ ทำลิปอะไรก็มาเราก็อดใจไม่ไหว ต้องสั่งมาใช้ตลอด555
     มาลองทาลิปบาล์มไอราทั้งสองแบบเปรียบเทียบให้ดูกันเนอะ เห็นได้ชัดเลยว่า ลิปบาล์มแบบตลับจะมีความมันวาวกว่าแบบแท่ง ส่วนแบบแท่งเนื้อลิปจะเป็นแบบแน่นๆ ทาแล้วชุ่มชื้นแต่ปากไม่มันวาวนะ
เวลาเราทาแบบแท่งนะ เราไม่อยากทาลิปอื่นซ้ำเลย คือปกติแบบตลับจะใช้ก่อนทาลิปแมท จะช่วยให้ทาลิปแมทได้ง่ายขึ้น ปากไม่แห้งแตก แต่พอทาแบบแท่งนะ กลิ่นมันดีมากกก หอมพีชมากเว่อร์ มากจนไม่อยากทาลิปอื่นซ้ำ ที่จริงเราก็ยังคิดอยู่เลย ว่าไอราจะทำลิปบาล์มที่มีสีออกมาไหมนะ เป็นสีชมพูนิดๆ ก็ได้ เราจะได้ใช้ตัวเดียวเลย 555 

     วอนทางแบรนด์โปรดเห็นใจ.. 
     (ถ้ามีคนคิดเหมือนพิกุล คอมเมนท์บอกกันได้นะคะ อยากรู้ว่าจะมีใครคิดเหมือนกันมั้ย ถ้ามีลิปบาล์มที่เปลี่ยนสีได้แบบนิดๆ นี่พิกุลก็ซื้ออีกแหละ ไม่ต้องตัดสินใจอะไรมากเลย55)
     สรุป ลิปบาล์มไอรา แบบไหน เหมาะกับใคร?

     แบบตลับ : เหมาะสำหรับการทาตอนเช้า ทาลิปบาล์มก่อนลงลิปแมท ทาแล้วจะมันวาวกว่าแบบแท่ง ต้องเป็นคนที่ชอบความฉ่ำและความชุ่มชื้น เป็นลิปบาล์มไม่มีสี ทาได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มีให้เลือกหลายกลิ่น ราคาไม่แพง สามารถซื้อเป็นของขวัญให้คนสำคัญได้

     แบบแท่ง : เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสะดวก การใช้แบบแท่งทาริมฝีปากสะดวกกว่าแบบตลับมากๆ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบลิปมันที่มันวาวมากเกินไป ชอบเนื้อสัมผัสแน่นๆ พร้อมบำรุงริมฝีปากแบบเต็มที่ ลิบบาล์มแบบแท่งควรใช้ทาตอนกลางคืน ทาแล้วสบายปาก พร้อมสครับริมฝีปากไปในตัว 

     อ่านจะจบล้าววว พอตัดสินใจกันได้ยังเอ่ย ถ้าตัดสินใจไม่ได้ ก็ซื้อสองแบบไปเลยจ่ะ5555 ใช้สลับ ๆ กันไปแบบฟิน ๆ พิกุลผ่านจุดนั้นมาล้าววว จุดที่ลังเล ไม่รู้จะซื้อแบบไหน สุดท้ายสอยมาทั้งสองแบบ แถมยังซื้อกลิ่นใหม่เรื่อยๆ ไม่ชอบจริงไม่รักเหนียวแน่นขนาดนี้แน่นอน อิอิ : )

     สุดท้ายนี้ อยากขอขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านรีวิวบล็อกนี้นะคะ การรีวิวในครั้งนี้พิกุลมารีวิวไว้เป็นแนวทางในการตัดสินใจของทุกคนน้าาา หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย วันนี้ขอลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้า สวัสดีค่ะ 💕

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต้องไปโดน! สุวรรณาชาบูกริลล์ ร้านเปิดใหม่ย่านบางกะปิ[Suwannashabu]

     สวัสดีค่าาาทุกคน วันนี้พิกุลมาเขียนบล็อกรีวิวกันอีกแล้ว กลับมาทางสายกินบ้าง ดีใจมากๆเลยค่ะที่จะได้มารีวิวร้านชาบูดีๆ ให้ทุกๆคนได้อ่านกัน      ร้านที่พิกุลจะมารีวิวในวันนี้ชื่อว่าร้าน สุวรรณาชาบูกริลล์ ร้านตั้งอยู่ ซอยรามคำแหง 68 (ซอยตรงข้ามแอมเวย์ อยู่ไม่ไกลจากแยกนิด้าและแยกบ้านม้า) ระยะทางจากปากซอยรามคำแหง 68 ถึงร้านประมาณ 200 เมตรค่ะ ร้านจะอยู่ติดกับคอสะพานบ้านม้าฝั่งขวามือ ร้านใหญ่สังเกตได้ง่าย หาเจอไม่ยากค่ะ      พูดจริงๆว่าดีใจที่เจอชาบูร้านนี้555 คือพิกุลมีโอกาสได้มาเรียนแถวบางกะปิ เวลาจะนัดกับเพื่อนๆ ไปกินอะไรที ก็หนีไม่พ้นเดอะมอลล์บางกะปิ ไม่ใช่ว่าเดอะมอลล์ไม่ดีนะคะ แต่พิกุลไม่รู้จะกินอะไรที่เดอะมอลล์แล้ว กินวนๆ มันก็เบื่อๆ เวลาไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทีเราก็อยากไปกิน buffet เนอะ จะได้คุ้มๆหน่อย55 ร้านนี้มีอะไรดีที่ทำให้พิกุลนั้นติดอกติดใจ มาลองอ่านกันนะคะ…      ถ่ายภาพบรรยากาศด้านหน้าร้านมาฝากกันค่ะ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ห้อง (มีต่อพื้นที่ด้านข้างเพิ่ม) ร้านนี้มีที่จอดรถอยู่ด้านหลังด้วยนะ...

Review ❥ คาเฟ่บรรยากาศน่ารัก อาหารอร่อย ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ [at home cafe & eatery]

สวัสดีค่าาาา ยินดีต้อนรับสู่บล็อกชวนเที่ยว ชวนกินของพิกุล555 วันนี้มารีวิวเหมือนเดิมนะคะ แต่เป็นการรีวิวแบบชวนเที่ยว ชวนกินของอร่อย มาค่ะะะ มาเที่ยวคาเฟ่กัน วันนี้พิกุลพาทุกคนมาชิมของอร่อยที่ at home cafe & eatery ซอยลาดกระบัง 24/1 ที่ตั้งอยู่ในบริเวณของ At Residence Suvarnabhumi ค่ะ เป็นร้านอาหาร & คาเฟ่ที่มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ นั่งสบาย เหมาะแก่การพาเพื่อนๆ และครอบครัวมาทานอาหารมากๆ ค่ะ ภายในร้านจะมีพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหารจำนวนสองส่วนคือส่วน indoor และ outdoor ที่นั่งด้านนอกบรรยากาศดีเลยค่ะ มีต้นไม้ตกแต่งสวยงาม  วันนี้พิกุลพาน้องสาวมาทานอาหารด้วย เริ่มต้นด้วยการถ่ายรูปที่มุมยอดฮิตของร้านนี้กันก่อนเลยค่ะ ร้านสวย ตัวเล็กชอบมากๆ เลย บรรยากาศด้านในตกแต่งด้วยสไตล์ที่อบอุ่น พิกุลชอบการตกแต่งร้านของร้านนี้นะคะ พิกุลว่าดูอบอุ่นดี อีกอย่างพิกุลชอบที่เค้าใส่ใจรายละเอียดการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ โดยรวมแล้วมีเสน่ห์เหลือเกินค่ะ ฮ่าๆ การมารับประทานอาหารกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปแบบพิกุลนั้นก็จะลำบากนิดๆ เพราะมีการย้ายโต๊ะค่ะ ในรูปด้านล่างนี้คือเป็นโต๊ะแรกที่พิกุลไปนั่ง น...

Review ❥ ทำงานจนไม่มีเวลา ไม่ชอบออกกำลังกาย มาลองนี่ กาแฟ บิวติ สริน ไคโตซาน [Beauti Srin]

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้พิกุลมีตัวช่วยดีๆ มารีวิวให้ทุกคนอ่านกันค่ะ เชื่อว่าทุกคนน่าจะเป็นแบบพิกุลคือ เป็นคนที่ทำงานจนไม่มีเวลา ไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย เผลออีกที กางเกงตัวเดิมก็แทบจะติดกระดุมไม่ได้ ฮือ แบบนี้ไม่โอเคเลยนะคะ สำหรับใครที่กังวลเรื่องน้ำหนัก พิกุลอยากจะแนะนำกาแฟที่ตัวเองทดลองกินอยู่ค่ะ เป็นกาแฟของ Beauti Srin ตัวนี้ดียังไงมาอ่านกันเลยค่ะ กาแฟบิวติสรินตัวนี้เป็นกาแฟที่ผสมไคโตซานและถั่วขาวค่ะ ความพีคคือตัวนี้ดักจับไขมันและแป้งในซองเดียว จะช่วยให้เราเผาผลาญได้ดีขึ้น ที่สำคัญยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยทำให้เราอิ่มนาน ไม่หิวง่าย 1 ซองนี้จะมีไฟเบอร์ถึง 9 กรัมเลยค่ะ วิธีดื่มให้เพื่อนๆ ดื่มก่อนอาหาร 15–20 นาทีค่ะ ดื่มได้วันละ 1–2 ซอง ส่วนตัวพิกุลยังเริ่มดื่มกาแฟ บิวติ สริน ไคโตซานวันละ 1 ซองอยู่ค่ะ รู้สึกได้เลยดื่มแล้วอยู่ท้อง ทานข้าวอิ่มเร็วขึ้น แถมรู้สึกว่าระบบขับถ่ายเราดีขึ้นด้วยค่ะ จากที่ 2–3 วันถ่ายที ตอนนี้เริ่มกลับมาถ่ายทุกวันแล้วค่ะ รสชาติของกาแฟ บิวติ สริน ไคโตซานนี้อร่อยนะคะ ถึงจะเป็นกาแฟที่ช่วยควบคุมน้ำหนักแต่ไม่ขมมากเกินไป ตัวนี้ดื่มง่าย รสชาติอร่อยเลยทีเดียวค่ะ 1 ถุง...